วิ ท ย า ลั ย ชี วิ ต

posted on 07 Nov 2009 20:58 by withatrustinhand

ชีวิต...คือโรงเรียนขนาดใหญ่

ที่เราจะเรียนรู้ไป...จนวันสุดท้ายของชีวิต

 

 

 คงเป็นเพราะเวลา และการหล่อหลอมที่ต่างกัน

 ที่ทำให้คนเรามีนิสัยและใจคอที่ต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่คนเราไม่ต่างกัน

 คือการเรียนรู้ ที่เราทุกคนต่างก็เป็น แม้ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

 ทั้งใน และนอกตำรา่ เราศึกษาอยู่ทุกวัน

ไม่ว่าจากแผ่นกระดาษ หรือจากปากของผู้คน

 

ทุกๆอย่างในชีวิต ทุกสิ่งของเครื่องใ้ช้ หรืออะไรก็ตามแต่

ล้วนเต็มไปด้วยศาสตร์และศิลป์ ที่บางครั้งหากเราไม่รู้

ก็เพียงมองข้ามมันไป แต่เมื่อไรที่เราได้เรียนรู้

ถึงที่มาที่ไป ที่จะขยายมุมมองและสมองอันน้อยนิด

เราจะทึ่งและชื่นชม กับความสามารถอันฉลาดปราชญ์เปรื่อง ของคนที่คิดมันขึ้นมา

จากสิ่งเล็กๆที่เราเคยมองข้ามไม่สนใจ กลับเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เกินปัญญา

 

มุมมอง หรือความคิด ที่กว้างขึ้นตามกาลเวลาที่เราได้ใช้ชีวิต

การพบปะพูดคุย สังสรรค์หรือร่วมงาน การเดินทางหรือท่องเที่ยว

ต่างเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ 

แม้จะวัน เดือน หรือปี มุมมองของเราจะเปลี่ยนไปไม่มีหยุด

จนกว่าจะรู้ และเข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงที่มาและที่ไป

กับอะไรก็ตาม ที่เราได้ให้เวลา สนใจและใส่ใจกับมัน

 .

 .

.

ไม่ว่าทุกข์หรือสุข คนเราต่างเรียนรู้ที่จะอยู่ และรับมือกับมัน

แม้บางครั้งจะต้องหลั่งน้ำตาหรือเลือดเนื้อ

.

.

ความบากบั่น พากเพียร ที่แปรเปลี่ยนเป็นความสำเร็จ

เกร็ดความรู้ ประสบการณ์ ที่เราจะเรียนรู้เพื่อสอนตนและคนอื่น

 


 

ผมว่าชีวิตเหมือนผืนผ้าใบ ที่รอให้กาลเวลา มาแต่งเติมสีสันลวดลาย

ไม่ว่ามันจะเป็นภาพอะไรก็ตามแต่ หากเวลาของเรายังไม่หมด

เราก็ยังคงถูกแต่งแต้มอยู่เรื่อยไป

 

 

...จากคำบ่นเพ้อของคนบางคน...

ที่ไม่มีำไรทำ เลยมาบ่นไว้เล่นๆในนี้ ๕๕๕

 

ขอบคุณ Discovery Channel ที่เปิดโลกทัศน์ให้เด็กหัวกลวง

ขอบคุณ หนังดีๆ หลายๆเรื่อง

ขอบคุณ การ์ตูน และเกมส์ออนไลน์ทั้งหลายแหล่

ขอบคุณ ดนตรีและน้ำเสียง จากศิลปินคุณภาพทุกท่าน

ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ ^0^

 

 

 Howard Jones : Killswitch Engage

เ มื่ อ ไ ร เ ร า จ ะ โ ต

posted on 06 Jul 2009 23:41 by withatrustinhand

คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรมาพ่นไว้ในบลอคดี

เพราะไม่ค่อยมีอะไรดีๆในชีวิตเอามาอวด

ที่มีก็คงจะมีแต่คำถามที่ค้างอยู่ในใจ

ไม่รู้จะถามใครเลยเอามาบ่นไว้ในนี้

แต่ก็คงมีไม่กี่คน ที่จะเผลอหรือพลาดเข้ามาอ่าน

ภูมิใจได้เลย ว่าคุณเป็นหนึ่งในล้านที่เข้ามาอ่านบลอคนี้

เท่ป่ะ ?

 

 

เมื่อไรเราจะโต?

 

คงเป็นคำถามที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ

ผู้ใหญ่ กับ เด็ก ต่างกันตรงใหน

อายุเหรอ? รูปร่างเหรอ? ความสามารถเหรอ?

หรือว่าแตกต่างกันที่การกระทำความคิดและหัวจิตหัวใจ

 

ผมเป็นคนนึง ที่รู้สึกและคิดอยู่เสมอว่า เรานี่มันเด็กน้อยดีๆนี่เอง

ด้วยว่า จิตใจที่ยังรักสนุก หลงไปกับสิ่งยั่วยุอย่างง่ายดาย จนกระทั่งลืมหน้าที่

ที่เราควรจะให้ความสำคัญกับมันที่สุดไปในบางครั้

แค่ตัวเองยังรับผิดชอบไม่ได้ แล้วจะไปรับผิดชอบอะไรได้ -  -

 

ถ้าเป็นคนที่โตแล้ว คงมีความยับยั้งชั่งใจ หนักแน่น และเด็ดเดี่ยว

คิดๆแล้ว เรานี่มันเด็กน้อยจริงๆ

 

เด็กๆมักร้องไห้ฟูมฟายเวลาสูญเสียสิ่งของอันเป็นที่รักไป

 ร้องไห้กระจองอแง ร้องขออ้อนวอนให้มันกลับมา

แต่เมื่อผู้ใหญ่สูญเสียสิ่งของอันเป็นที่รัก เขามักจะคิดว่าเขาเสียมันไปด้วยเหตุอะไร

และมีทางไหนที่จะได้มันกลับคืนมา

 

บางครั้ง ผู้ใหญ่ ก็ทำตัวเหมือนเด็กๆ

และเด็กๆ บางครั้งก็เป็นผู้ใหญ่ได้เกินวัย...เกินตัว

 

การที่ใครซักคนจะโตพอจนเรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่

คงต้องผ่านอะไรมาหลายๆอย่าง

และมีจิตใจที่หนักแน่นเด็ดเดี่ยว รู้ผิดชอบชั่วดี

พึ่งพาได้ และไม่โลเล รอบคอบ สุขุม และอ่อนโยน

แต่ถ้าไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว

ก็เป็นได้แค่เด็กในร่างผู้ใหญ่

 

และเมื่อมองดูดีๆแล้ว

ผมมันก็แค่เด็กน้อยคนนึงเท่านั้นเอง ^^

 

เคยสงสัยมั้ย

ว่า เราเกิดมาทำไม?

แม้ใครหลายๆคนจะบอกเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตไว้ว่า

 ชดใช้กรรม...

 หรือ ไปให้ถึงพระนิพพาน....

 แต่มันจริงเหรอ

ผมก็ยังคงไม่แน่ใจ

 ชดใช้กรรมเหรอ ก็คงใช่ สร้างกุศลเหรอ ก็คงใช่อีกนั่นแหละ

ส่วนเรื่องจะไปให้ถึงพระนิพพาน

 ผมว่ามันเป็นอะไรที่ไกลเหลือเกิน

ด้วยว่า กิเลสตัณหาในตัวมันเยอะจริงๆ

และเราเองก็ยังยึดติดกับหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง

 หลายๆครั้งที่ผมถามตัวเองว่า กูเกิดมาทำไมวะ?...

เมื่อเรารู้สึกว่าตัวเรานั้นไร้ค่าเหลือเกิน

แต่ก็ยังมีคนพูดว่า คนทุกคนนั้นมีคุณค่าในตัวเอง

น่าจะจริงมั้ง

เพียงแต่ผมยังหาไม่เจอ

ที่ทำ ก็ ทำเท่าที่ทำได้

 เพื่อให้คนอื่นไม่มองว่าเราไร้ค่าเหมือนที่ตัวเรารู้สึก

หรือแค่เราต้องการเพียงคนชี้ทาง

เพราะเมื่อเราไร้เป้าหมายในชีวิต

 มันก็เหมือนขอนไม้ที่ลอยอยู่กลางสายน้ำ

...รอวันถึงฝั่ง...

และผมก็รู้สึกว่าผมลอยและไหลไปเรื่อยๆอย่างไม่มีความหมาย

แต่ผมก็เชื่อว่าซักวัน ผมคงพบคุณค่าในตัวเอง

และรักที่จะมีชีวิตในทุกวันที่ลืมตาขึ้นมา

แต่ก็ได้แค่กำความเชื่อมั่นนั้นไว้ในมือ

 

ผมว่าทุกคำสอน ทุกศาสนา ทุกปรัชญา

ที่เขาสอนและสั่ง อบรบให้เรา

มันคงไม่มีค่า ถ้าเราไม่สนใจ ไม่รับรู้ และไม่ลองทำดู

แต่หลายคำสอน มันก็เห็นได้ง่ายๆในชีวิตประจำวัน

ผมคงไม่เชื่อ ถ้าเราไม่ได้สัมผัส ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเราเอง

แต่บางเรื่อง

ก็ไม่ควรสัมผัส และไม่ควรพิสูจน์

ด้วยประจักษ์กับตัวอย่างที่มีให้เห็นได้ทั่วไป

แต่ถ้าเรามีหลักธรรม ข้อคิดดีๆ ในชีวิต

ก็คงดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่ไม่ผิดพลาดนัก

ผมว่าเดี๋ยวนี้ คนเราอยู่ห่างวัดกันเกินไป

ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าผมธรรมะ ธรรมโม อะไรนะ

แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

เพราะบางคน กว่าจะได้เจอหลักธรรมและข้อคิดดีๆของชีวิต

มันก็สายเกินไป บางคนก็ถึงกับพิกลพิการ

ติดโรคร้ายเกินเยียวยา

และที่แย่ไปกว่านั้น คือไม่มีลมหายใจเสียแล้ว

อย่าให้คุณ หรือคนที่คุณรักต้องเป็นแบบนั้นเลยครับ

เข้าวัดเข้าวา หรือหาหลักธรรมข้อคิดดีๆ ให้ชีวิตกันเถอะครับ

เพื่อชีวิตที่ดี สังคมที่ดี และประเทศชาติที่ดี...กว่านี้

สำหรับบางคนที่ไม่เชื่อเรื่องบุญบาป นรกสวรรค์

ทำไปเถอะครับ อย่างน้อยก็ทำแล้วสบายใจ

เพื่อว่าตายไปแล้วเรื่องพวกนี้มันมีจริงๆ

เราจะได้มีติดตัวไว้บ้าง ไม่เสียหายแน่นอนครับ

 

 

สำหรับผม ชีวิตนี้ ผมขอแค่ ได้ภรรยาซักคนที่เข้าใจ...และเข้าวัดเข้าวา ^^

สร้างครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกน้อย และพาเค้าเข้าวัดแต่เด็ก

ให้เค้าเติบโตมาเป็นคนดีของพ่อแม่ และสังคม

ที่สำคัญก็ขอแค่รวย มีเงินมีทอง เหลือกินเหลือใช้

 และเอาไว้ทำบุญเยอะๆ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะครับ

นี่ล่ะมั้ง คำตอบสำหรับตัวผมที่ว่าผมเกิดมาทำไม

 

 คุณล่ะครับ...คุณเกิดมาทำไม?

 

 

edit @ 14 Jun 2009 19:21:18 by Rusputinz